← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อรรถประโยชน์ (Utility)

อรรถประโยชน์ (Utility) ในทางเศรษฐศาสตร์ อรรถประโยชน์ (Utility) คือการวัดระดับความพึงพอใจของบุคคลที่มีต่อสถานะหนึ่งๆ ของโลก หรือการบริโภคสินค้าและบริการ โดยคำนี้มีการนำไปใช้ในสองบริบทหลักที่แตกต่างกันแต่มีความเกี่ยวข้

สรุปใจความสำคัญ

  • อรรถประโยชน์ในทางเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่ความพึงพอใจในเชิงคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่สามารถแทนค่าด้วยฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์เพื่อวิเคราะห์การตัดสินใจได้
  • เส้นความพอใจเท่ากัน (Indifference Curve) แสดงถึงกลุ่มของสินค้าที่ผู้บริโภคมีความพึงพอใจเท่ากัน ไม่ว่าจะเลือกชุดใดในเส้นนั้น
  • การวิเคราะห์อรรถประโยชน์แบ่งออกเป็นสองบริบทหลัก คือ บริบทเชิงบรรทัดฐาน (เป้าหมายที่ควรจะเป็น) และบริบทเชิงพรรณนา (พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง)

ในทางเศรษฐศาสตร์ อรรถประโยชน์ (Utility) คือการวัดระดับความพึงพอใจของบุคคลที่มีต่อสถานะหนึ่งๆ ของโลก หรือการบริโภคสินค้าและบริการ โดยคำนี้มีการนำไปใช้ในสองบริบทหลักที่แตกต่างกันแต่มีความเกี่ยวข้องกัน

บริบทของอรรถประโยชน์

1. บริบทเชิงบรรทัดฐาน (Normative Context): อรรถประโยชน์หมายถึงเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่เราต้องการทำให้เกิดค่าสูงสุด (Maximize) ซึ่งเปรียบเสมือนฟังก์ชันวัตถุประสงค์ แนวคิดนี้มีความใกล้เคียงกับหลักประโยชน์นิยม (Utilitarianism) ที่พัฒนาโดยนักปรัชญาทางศีลธรรม เช่น Jeremy Bentham และ John Stuart Mill

2. บริบทเชิงพรรณนา (Descriptive Context): อรรถประโยชน์หมายถึงฟังก์ชันวัตถุประสงค์ที่ปรากฏให้เห็นผ่านพฤติกรรมของบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านความพึงพอใจที่มีต่อทางเลือกต่างๆ ซึ่งสามารถวัดค่าออกมาเป็นตัวเลขได้

ฟังก์ชันอรรถประโยชน์ (Utility Function)

ฟังก์ชันอรรถประโยชน์คือการกำหนดค่าตัวเลขให้กับทางเลือกต่างๆ เพื่อแสดงลำดับความชอบ หากบุคคลหนึ่งชอบทางเลือก A มากกว่าทางเลือก B ค่าอรรถประโยชน์ของ A จะต้องสูงกว่า B

ตัวอย่างเช่น หากเจมส์มีฟังก์ชันอรรถประโยชน์คือ $U = \sqrt{xy}$ โดยที่ $x$ คือจำนวนแอปเปิล และ $y$ คือจำนวนช็อกโกแลต

Utility Function Formula
สูตรฟังก์ชันอรรถประโยชน์พื้นฐาน

พิจารณาตัวแปร $x$ และ $y$ ดังนี้:

Variable x
ตัวแปร x แทนจำนวนแอปเปิล
Variable y
ตัวแปร y แทนจำนวนช็อกโกแลต

หากทางเลือก A มี $x = 9$ และ $y = 16$:

x=9
จำนวนแอปเปิลในทางเลือก A
y=16
จำนวนช็อกโกแลตในทางเลือก A

คำนวณค่าอรรถประโยชน์ของ A: $\sqrt{9 \times 16} = 12$

Calculation result 12
ผลลัพธ์การคำนวณอรรถประโยชน์ของทางเลือก A

หากทางเลือก B มี $x = 13$ และ $y = 13$:

x=13
จำนวนแอปเปิลในทางเลือก B
y=13
จำนวนช็อกโกแลตในทางเลือก B

คำนวณค่าอรรถประโยชน์ของ B: $\sqrt{13 \times 13} = 13$

Calculation result 13
ผลลัพธ์การคำนวณอรรถประโยชน์ของทางเลือก B

เนื่องจาก $13 > 12$ เจมส์จึงเลือกทางเลือก B เพราะให้ค่าอรรถประโยชน์สูงสุด

Variables x,y
การพิจารณาตัวแปร x และ y ร่วมกันในฟังก์ชัน

การประยุกต์ใช้และเส้นความพอใจเท่ากัน

อรรถประโยชน์สามารถแสดงได้ผ่าน เส้นความพอใจเท่ากัน (Indifference Curve) ซึ่งเป็นเส้นที่แสดงส่วนผสมของสินค้าสองชนิดที่ให้ระดับความพึงพอใจแก่ผู้บริโภคเท่ากัน

Indifference Curve Graph
กราฟแสดงเส้นความพอใจเท่ากัน

เมื่อนำเส้นความพอใจเท่ากันมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ (Budget Constraints) จะทำให้สามารถหาเส้นอุปสงค์รายบุคคลได้ นอกจากนี้ ในทางเศรษฐศาสตร์สวัสดิการ ยังมีการใช้ฟังก์ชันสวัสดิการสังคม (Social Welfare Function) เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพของพาเรโต (Pareto Efficiency) ผ่านเครื่องมืออย่าง Edgeworth boxes

คำถามที่พบบ่อย

อรรถประโยชน์ (Utility) คืออะไร?

คือการวัดระดับความพึงพอใจหรือความสุขที่บุคคลได้รับจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ หรือจากการอยู่ในสถานะใดสถานะหนึ่ง

ฟังก์ชันอรรถประโยชน์ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างไร?

ช่วยโดยการแปลงความชอบ (Preferences) ให้เป็นค่าตัวเลข ทำให้สามารถเปรียบเทียบทางเลือกต่างๆ และเลือกทางเลือกที่ให้ค่าอรรถประโยชน์สูงสุดได้

เส้นความพอใจเท่ากันมีความสำคัญอย่างไร?

ใช้เพื่อแสดงว่าผู้บริโภคยินดีที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าชนิดหนึ่งกับอีกชนิดหนึ่งในอัตราเท่าใดเพื่อให้ยังคงระดับความพึงพอใจเดิมไว้