← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติศาสตร์การล่าอาณานิคมของอังกฤษในทวีปอเมริกา

การล่าอาณานิคมของอังกฤษในทวีปอเมริกา การล่าอาณานิคมของอังกฤษในทวีปอเมริกาเป็นประวัติศาสตร์ของการสร้างอำนาจ การตั้งถิ่นฐาน และการขยายอิทธิพลเหนือดินแดนในทวีปอเมริกาโดยอังกฤษ สกอตแลนด์ และหลังจากปี ค.ศ. 1707 โดยบริเตนใหญ

สรุปใจความสำคัญ

  • เจมส์ทาวน์ (Jamestown) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1607 เป็นอาณานิคมถาวรแห่งแรกของอังกฤษในอเมริกา
  • สงครามปฏิวัติอเมริกา (สิ้นสุดปี 1783) นำไปสู่การเกิดสหรัฐอเมริกาและการเปลี่ยนผ่านสู่จักรวรรดิอังกฤษครั้งที่สอง
  • แคนาดาได้รับอำนาจปกครองตนเองอย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1931 ผ่าน Statute of Westminster

การล่าอาณานิคมของอังกฤษในทวีปอเมริกาเป็นประวัติศาสตร์ของการสร้างอำนาจ การตั้งถิ่นฐาน และการขยายอิทธิพลเหนือดินแดนในทวีปอเมริกาโดยอังกฤษ สกอตแลนด์ และหลังจากปี ค.ศ. 1707 โดยบริเตนใหญ่ ความพยายามในการล่าอาณานิคมเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 แม้จะมีความล้มเหลวในช่วงแรก แต่ก็นำไปสู่การสร้างจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา

แผนที่การล่าอาณานิคมของอังกฤษ
การขยายตัวของอาณานิคมอังกฤษในทวีปอเมริกา

จุดเริ่มต้นและการตั้งถิ่นฐานระยะแรก

อาณานิคมถาวรแห่งแรกของอังกฤษในทวีปอเมริกาถูกก่อตั้งขึ้นที่ เจมส์ทาวน์ (Jamestown) รัฐเวอร์จิเนีย ในปี ค.ศ. 1607 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการตั้งถิ่นฐานของชาวอังกฤษในอเมริกาเหนือ ต่อมาในปี ค.ศ. 1620 กลุ่มผู้แสวงบุญ (Pilgrims) ซึ่งเป็นกลุ่มแยกตัวทางศาสนา ได้ก่อตั้งอาณานิคมถาวรแห่งที่สองบนชายฝั่งแมสซาชูเซตส์

นอกเหนือจากอเมริกาเหนือแล้ว อังกฤษยังได้สร้างหรือยึดครองอาณานิคมในภูมิภาคอื่นๆ ได้แก่:

  • อเมริกากลางและใต้: เช่น บริติชฮอนดูรัส และหมู่เกาะฟอล์กแลนด์
  • แคริบเบียน: เช่น บาร์เบโดส และจาเมกา
  • แคนาดา: การจัดตั้งดินแดนรูเพิร์ตส์แลนด์ (Rupert's Land) โดยบริษัทฮัดสันส์เบย์
การตั้งถิ่นฐานในยุคแรก
ภาพจำลองการตั้งถิ่นฐานของชาวอังกฤษในยุคบุกเบิก

การขยายอำนาจและการเปลี่ยนแปลง

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 อังกฤษได้เข้ายึดครองอาณานิคมนิวเนเธอร์แลนด์ (New Netherland) ของเนเธอร์แลนด์ ส่งผลให้ดินแดนในอเมริกาเหนือถูกแบ่งออกเป็นสามจักรวรรดิหลัก คือ อังกฤษ สเปน และฝรั่งเศส ต่อมาในปี ค.ศ. 1763 หลังจากสงครามกับฝรั่งเศสสิ้นสุดลง บริเตนได้เข้าควบคุมอาณานิคมแคนาดาและดินแดนทางตะวันออกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี รวมถึงฟลอริดาจากสเปน

การปฏิวัติอเมริกาและการเกิดจักรวรรดิอังกฤษครั้งที่สอง

อาณานิคมในอเมริกาเหนือจำนวนมากได้ประกาศอิสรภาพจากบริเตนผ่านชัยชนะใน สงครามปฏิวัติอเมริกา ซึ่งสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1783 นักประวัติศาสตร์เรียกจักรวรรดิอังกฤษหลังจากปี ค.ศ. 1783 ว่า "จักรวรรดิอังกฤษครั้งที่สอง" (Second British Empire) ซึ่งในช่วงนี้บริเตนเริ่มเปลี่ยนจุดสนใจไปยังเอเชียและแอฟริกามากขึ้น และเน้นการขยายการค้ามากกว่าการครอบครองดินแดน

การสำรวจยุคแรก
การสำรวจชายฝั่งอเมริกาเหนือในช่วงต้น

การก้าวสู่เอกราชและการเป็นเครือจักรภพ

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 บริเตนเริ่มมอบอำนาจการปกครองตนเองให้กับอาณานิคมในอเมริกาเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รวมตัวกันเป็นสมาพันธรัฐแคนาดาในช่วงทศวรรษ 1860 และ 1870 แคนาดาได้รับอำนาจปกครองตนเองอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย Statute of Westminster ปี ค.ศ. 1931 แม้จะยังคงยอมรับกษัตริย์อังกฤษเป็นประมุขของรัฐ

หลังสงครามเย็น อาณานิคมที่เหลือในทวีปอเมริกาได้รับเอกราชระหว่างปี ค.ศ. 1962 ถึง 1983 และหลายประเทศได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ เครือจักรภพแห่งประชาชาติ (Commonwealth of Nations)

คำถามที่พบบ่อย

อาณานิคมถาวรแห่งแรกของอังกฤษในอเมริกาคือที่ไหน?

อาณานิคมถาวรแห่งแรกคือ เจมส์ทาวน์ (Jamestown) ในรัฐเวอร์จิเนีย ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1607

จักรวรรดิอังกฤษครั้งที่สองแตกต่างจากครั้งแรกอย่างไร?

จักรวรรดิอังกฤษครั้งที่สอง (หลังปี 1783) เน้นการขยายการค้าและให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียและแอฟริกามากกว่าการครอบครองดินแดนในอเมริกา

ประเทศใดในอเมริกาเหนือที่ยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสถาบันกษัตริย์อังกฤษ?

แคนาดาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยยังคงยอมรับกษัตริย์อังกฤษเป็นประมุขของรัฐ แม้จะมีอำนาจปกครองตนเองอย่างสมบูรณ์แล้ว