← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กรรมกร (Object) ในทางไวยากรณ์: ประเภทและหน้าที่หน้าที่ทางภาษาศาสตร์

กรรม (Object) ในทางไวยากรณ์ ในทางภาษาศาสตร์ กรรม (Object) คือหนึ่งในประเภทของอาร์กิวเมนต์ (Arguments) ที่ทำหน้าที่รับผลของการกระทำในประโยค โดยในภาษาที่มีโครงสร้างแบบประธาน-กรรม-กริยา (Subject-Prominent) และใช้ระบบ No

สรุปใจความสำคัญ

  • กรรม (Object) คืออาร์กิวเมนต์ที่รับผลของการกระทำในประโยค
  • ในภาษาอังกฤษ กรรมแบ่งเป็นกรรมตรง กรรมรอง และกรรมของบุพบท
  • ภาษาที่มีระบบ Ergative-Absolutive จะใช้คำว่า Agent (ผู้กระทำ) แทน Subject (ประธาน) เพื่อความชัดเจนในการระบุกรรม

ในทางภาษาศาสตร์ กรรม (Object) คือหนึ่งในประเภทของอาร์กิวเมนต์ (Arguments) ที่ทำหน้าที่รับผลของการกระทำในประโยค โดยในภาษาที่มีโครงสร้างแบบประธาน-กรรม-กริยา (Subject-Prominent) และใช้ระบบ Nominative-Accusative เช่น ภาษาอังกฤษ กรรมจะถูกแยกออกจากประธานอย่างชัดเจน ซึ่งกรรมอาจประกอบด้วยกรรมตรง (Direct Object) และกรรมรอง (Indirect Object) รวมถึงอาร์กิวเมนต์ของคำบุพบท (Oblique Arguments) ที่มักพบในภาษาที่มีระบบการก (Case Morphology) เช่น ภาษาละติน

ประเภทของกรรมในภาษาอังกฤษ

ตามหลักไวยากรณ์ดั้งเดิมของภาษาอังกฤษ กรรมถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้:

ประเภทของกรรมคำอธิบายตัวอย่าง
กรรมตรง (Direct Object)ผู้รับผลการกระทำโดยตรงจากกริยาI love you.
กรรมรอง (Indirect Object)ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากกรรมตรง หรือผู้ที่ได้รับกรรมตรงI gave him a book.
กรรมของบุพบท (Object of Preposition)คำนามหรือสรรพนามที่ตามหลังคำบุพบทI gave salt to the man.

บ่อยครั้งที่กรรมรองสามารถเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอให้กลายเป็นกรรมของบุพบทได้ เช่น ประโยค "I gave salt to the man" ซึ่งทำให้การจำแนกประเภทตามหลักไวยากรณ์ดั้งเดิมมีความซับซ้อนขึ้น

กรรมในภาษาอื่นๆ และความหลากหลายทางภาษาศาสตร์

ภาษาจีน

ในภาษาจีนบางคำกริยาอาจมีกรรมตรงสองตัว (Double Direct Objects) โดยตัวหนึ่งจะมีความผูกพันกับคำกริยามากกว่าอีกตัวหนึ่ง ซึ่งนักภาษาศาสตร์เรียกกรรมเหล่านี้ว่า "กรรมใน" (Inner Object) และ "กรรมนอก" (Outer Object)

ภาษา Secundative

ภาษาในกลุ่ม Secundative (พบมากในภาษาแอฟริกันหลายภาษา) จะไม่มีการแบ่งแยกกรรมตรงและกรรมรอง แต่จะใช้การแบ่งแยกเป็น "กรรมหลัก" (Primary Object) และ "กรรมรอง" (Secondary Object) แทน

ภาษากลุ่มสลาฟและภาษาที่มีการเติมปัจจัย (Agglutinating Languages)

ภาษาอย่างตุรกี ฮังการี และฟินแลนด์ ใช้ระบบการก (Case System) เพื่อแยกแยะกรรมตรงและกรรมรอง โดยกรรมตรงมักจะอยู่ในรูป Accusative Case ในขณะที่กรรมรองมักจะอยู่ในรูป Dative Case หรือ Allative Case

มุมมองทางภาษาศาสตร์เชิงเปรียบเทียบ

ในภาษาที่มีระบบ Ergative-Absolutive (เช่น ภาษาพื้นเมืองในออสเตรเลีย) คำว่า "ประธาน" อาจมีความคลุมเครือ นักภาษาศาสตร์จึงมักใช้คำว่า "ผู้กระทำ" (Agent) เพื่อเปรียบเทียบกับ "กรรม" (Object) ทำให้ลำดับคำพื้นฐานถูกอธิบายเป็น Agent-Object-Verb (AOV) แทนที่จะเป็น Subject-Object-Verb (SOV)

นอกจากนี้ ในภาษาที่เน้นหัวข้อ (Topic-Prominent Languages) เช่น ภาษาจีนกลาง จะให้ความสำคัญกับความแตกต่างระหว่าง "หัวข้อ" (Topic) และ "คำอธิบาย" (Comment) มากกว่าการแบ่งแยกประธานและกรรม

คำถามที่พบบ่อย

กรรมตรงและกรรมรองแตกต่างกันอย่างไร?

กรรมตรงคือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการกระทำ ส่วนกรรมรองคือผู้ที่ได้รับกรรมตรงหรือได้รับประโยชน์จากการกระทำนั้น

ภาษาทุกภาษาในโลกมีกรรมตรงและกรรมรองหรือไม่?

ไม่ ภาษาบางกลุ่ม เช่น ภาษา Secundative ในแอฟริกา ไม่มีการแบ่งแยกกรรมตรงและกรรมรอง แต่ใช้ระบบกรรมหลักและกรรมรองแทน

ในภาษาที่เน้นหัวข้อ (Topic-Prominent) กรรมมีบทบาทอย่างไร?

ในภาษาที่เน้นหัวข้อ เช่น ภาษาจีนกลาง จะเน้นความสัมพันธ์ระหว่าง Topic (หัวข้อ) และ Comment (คำอธิบาย) มากกว่าการยึดติดกับโครงสร้างประธาน-กรรม