← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Ellison D. Smith: นักการเมืองผู้ยึดมั่นในลัทธิเหยียดผิวและฝ้าย

Ellison D. Smith: นักการเมืองผู้ยึดมั่นในลัทธิเหยียดผิวและฝ้าย Ellison DuRant Smith (1 สิงหาคม 1864 – 17 พฤศจิกายน 1944) เป็นเจ้าของไร่ฝ้าย นักล็อบบี้ และนักการเมืองจากพรรคเดโมแครต ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐเซาท์แคโรไลน

สรุปใจความสำคัญ

  • ได้รับฉายาว่า 'Cotton Ed' จากคำประกาศที่ว่า 'ฝ้ายคือราชา และคนขาวคือผู้สูงสุด'
  • ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากรัฐเซาท์แคโรไลนาเป็นเวลา 35 ปี (1909-1944)
  • เป็นผู้สนับสนุนลัทธิคนขาวเป็นใหญ่และการแบ่งแยกสีผิวอย่างรุนแรง
  • คัดค้านการให้สิทธิเลือกตั้งแก่สตรีและการย้ายถิ่นฐานจากยุโรปใต้และตะวันออก

Ellison DuRant Smith (1 สิงหาคม 1864 – 17 พฤศจิกายน 1944) เป็นเจ้าของไร่ฝ้าย นักล็อบบี้ และนักการเมืองจากพรรคเดโมแครต ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐเซาท์แคโรไลนาในวุฒิสภาสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1909 จนถึงปี 1944

สมิธเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากทัศนคติที่เหยียดเชื้อชาติและสนับสนุนการแบ่งแยกสีผิวอย่างรุนแรง รวมถึงการส่งเสริมลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ และการสนับสนุนอุตสาหกรรมฝ้ายในภาคใต้ จนได้รับฉายาว่า "Cotton Ed"

ชีวิตช่วงต้นและการก้าวเข้าสู่การเมือง

สมิธเกิดใกล้กับเมืองลินช์เบิร์ก รัฐเซาท์แคโรไลนา ที่ไร่ Tanglewood ซึ่งเป็นบ้านบรรพบุรุษของเขา เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนาและวิทยาลัยวอฟฟอร์ด (Wofford College) ในปี 1889

เขาเริ่มต้นเส้นทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรรัฐเซาท์แคโรไลนาตั้งแต่ปี 1896 ถึง 1900 ต่อมาในปี 1901 เขาได้ช่วยจัดตั้งสมาคมคุ้มครองเกษตรกร (Farmer's Protective Association) และเป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้งสมาคมฝ้ายภาคใต้ (Southern Cotton Association) ในปี 1905 ฉายา "Cotton Ed" ของเขาเกิดขึ้นหลังจากที่เขาประกาศว่า "ฝ้ายคือราชา และคนขาวคือผู้สูงสุด"

การดำรงตำแหน่งในวุฒิสภาสหรัฐฯ

สมิธได้รับเลือกให้เป็นวุฒิสมาชิกในปี 1908 และได้รับเลือกตั้งซ้ำถึง 5 ครั้ง แม้ว่าการเลือกตั้งในช่วงปี 1920 ถึง 1944 จะเป็นการแข่งขันที่สูสีอย่างมากก็ตาม เป้าหมายหลักของเขาในสภาคองเกรสคือ "การกดคนผิวดำไว้ให้ต่ำ และดันราคาฝ้ายให้สูงขึ้น"

เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงทางการเมืองที่มักจะเดินทางไปยังวอชิงตันด้วยรถบรรทุกฝ้ายพร้อมโบกธงแห่งลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ นอกจากนี้ เขายังมีชื่อเสียงเรื่องอารมณ์ที่รุนแรงขณะอภิปรายในสภา โดยบางครั้งจะใช้มีดพกสับเก้าอี้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้พูดที่เขาไม่พอใจ

ผลงานและจุดยืนทางการเมือง

ในช่วงปี 1909 ถึง 1933 สมิธได้รับการยอมรับว่าเป็นวุฒิสมาชิกที่มีประสิทธิภาพในด้านเกษตรกรรม เขาเป็นผู้สนับสนุนโครงการ Muscle Shoals ซึ่งเป็นต้นแบบของ Tennessee Valley Authority และสนับสนุนกฎหมายหลายฉบับที่ส่งเสริมเกษตรกรรม เช่น Smith–Lever Act และ Smith–Hughes Act

การต่อต้านสิทธิสตรีและการย้ายถิ่นฐาน

สมิธมีทัศนคติที่ต่อต้านการย้ายถิ่นฐานอย่างรุนแรง โดยสนับสนุนกฎหมาย Immigration Act ปี 1917 และ 1924 ซึ่งจำกัดการย้ายถิ่นฐานจากยุโรปใต้และตะวันออก รวมถึงชาวยิวที่กำลังหนีจากการฟาสซิสต์

นอกจากนี้ เขายังคัดค้านการให้สิทธิเลือกตั้งแก่สตรี (Women's Suffrage) โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 19 โดยเขาพยายามเชื่อมโยงการให้สิทธิสตรีเข้ากับการให้สิทธิคนผิวดำ ซึ่งเขาคัดค้านอย่างรุนแรง

การเผชิญหน้ากับ New Deal

ในช่วงทศวรรษ 1930 สมิธดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการวุฒิสภาด้านเกษตรกรรมและป่าไม้ แม้ในตอนแรกเขาจะสนับสนุนประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ แต่ต่อมาเขากลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของนโยบาย New Deal ซึ่งเขาเรียกว่า "ยุคแห่งลา" (The Jackass Age) เนื่องจากเขามองว่าโครงการของรูสเวลต์กำลังเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจของภาคใต้ไปในทางที่เขาไม่เห็นด้วย

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Ellison D. Smith ถึงได้รับฉายาว่า 'Cotton Ed'?

เขาได้รับฉายานี้เนื่องจากความทุ่มเทในการสนับสนุนอุตสาหกรรมฝ้าย และคำพูดที่ว่า 'Cotton is king and white is supreme' (ฝ้ายคือราชา และคนขาวคือผู้สูงสุด)

จุดยืนของ Ellison D. Smith ต่อสิทธิสตรีเป็นอย่างไร?

เขาคัดค้านการให้สิทธิเลือกตั้งแก่สตรีอย่างรุนแรง โดยมองว่าการให้สิทธิสตรีจะนำไปสู่การยอมรับสิทธิการเลือกตั้งของคนผิวดำในภาคใต้

เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับนโยบาย New Deal ของรูสเวลต์?

แม้จะเริ่มต้นด้วยการสนับสนุน แต่ต่อมาเขากลายเป็นผู้คัดค้าน New Deal เพราะเขามองว่านโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบไร่ฝ้ายและวิถีชีวิตแบบเก่าของภาคใต้