นโยบายลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์วิชาการ: สิ่งที่นักวิจัยควรรู้
นโยบายลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์วิชาการ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์วิชาการเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักวิจัยและนักเขียน เพื่อให้ทราบถึงสิทธิ์ในการเผยแพร่และนำผลงานของตนเองกลับมาใช้ใหม่ โดยทั่วไปแล้ว นโยบา
สรุปใจความสำคัญ
- สำนักพิมพ์แบบ Subscription มักต้องการให้ผู้เขียนโอนลิขสิทธิ์ให้สำนักพิมพ์ ในขณะที่ Open Access ให้ผู้เขียนคงลิขสิทธิ์ไว้
- SHERPA/RoMEO เป็นฐานข้อมูลหลักสำหรับตรวจสอบนโยบายการแบ่งปันบทความของวารสารวิชาการ
- Elsevier เป็นสำนักพิมพ์รายใหญ่ที่ไม่ไม่อนุญาตให้มีการจัดเก็บเนื้อหาในระดับบทของหนังสือ (Chapter Archiving)
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์วิชาการเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักวิจัยและนักเขียน เพื่อให้ทราบถึงสิทธิ์ในการเผยแพร่และนำผลงานของตนเองกลับมาใช้ใหม่ โดยทั่วไปแล้ว นโยบายเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามประเภทของสื่อ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ บทในหนังสือ หรือบทความในวารสาร
รูปแบบการตีพิมพ์
สำนักพิมพ์วิชาการสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ตามแนวทางการจัดการลิขสิทธิ์ ดังนี้:
- สำนักพิมพ์แบบบอกรับสมาชิก (Subscription Publishers): มักกำหนดให้ผู้เขียนโอนกรรมสิทธิ์ในลิขสิทธิ์ให้กับสำนักพิมพ์ เพื่อให้สำนักพิมพ์สามารถสร้างรายได้จากการเข้าถึงบทความผ่านระบบ Paywall โดยเวอร์ชันสุดท้ายที่ผ่านการตรวจแก้และจัดรูปแบบแล้วจะเรียกว่า Version of Record อย่างไรก็ตาม สำนักพิมพ์บางแห่งอาจอนุญาตให้ผู้เขียนนำส่วนหนึ่งของงานไปใช้ในงานเขียนในอนาคต หรือแจกจ่ายสำเนาจำนวนจำกัด (เรียกว่า Reprints ในรูปแบบสิ่งพิมพ์ และ Postprints ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์)
- สำนักพิมพ์แบบเข้าถึงแบบเปิด (Open Access Publishers): อนุญาตให้ผู้เขียนคงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไว้ แต่จะมีการแนบสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ (Reuse License) เพื่อให้ผลงานสามารถถูกจัดเก็บ แบ่งปัน และนำไปปรับใช้ได้อย่างเสรี โดยมีรูปแบบการเงินสองแบบคือ Gold OA (ผู้เขียนจ่ายค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ หรือ APC) และ Diamond OA (ได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรขนาดใหญ่)
หนังสือและบทในหนังสือวิชาการ
นโยบายการตีพิมพ์หนังสือวิชาการไม่ได้ถูกรวบรวมไว้ในฐานข้อมูลเดียวเหมือนวารสาร แต่โดยส่วนใหญ่สำนักพิมพ์รายใหญ่จะอนุญาตให้มีการจัดเก็บผลงานด้วยตนเอง (Self-archiving) ในรูปแบบ Postprint โดยมีเงื่อนไขดังนี้:
- หากเขียนเพียงบทเดียว: อนุญาตให้จัดเก็บในบทนั้นๆ ได้
- หากเขียนหลายบท: อนุญาตให้จัดเก็บได้ไม่เกิน 10% ของเนื้อหาหนังสือทั้งหมด
ข้อควรระวัง: Elsevier ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักพิมพ์รายใหญ่ที่สุด มีนโยบายไม่อนุญาตให้จัดเก็บเนื้อหาในระดับบทในทุกกรณี
วารสารวิชาการ
นโยบายของวารสารวิชาการจะมุ่งเน้นไปที่สองประเด็นหลัก คือ การส่งบทความที่เคยเผยแพร่เป็น Preprint และการแบ่งปันบทความหลังผ่านการตรวจทาน (Peer Review)
Preprints
Preprint คือสำเนาบทความที่เผยแพร่ก่อนการส่งให้วารสารเพื่อขอคำแนะนำอย่างไม่เป็นทางการ ในอดีตมีการถกเถียงว่าการเผยแพร่บนเซิร์ฟเวอร์ Preprint ถือเป็นการ "ตีพิมพ์ก่อนหน้า" หรือไม่ แต่ในปัจจุบัน สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ยอมรับการส่งบทความที่เคยเป็น Preprint โดยที่ลิขสิทธิ์ของเวอร์ชันนี้ยังคงเป็นของผู้เขียน
Postprints
Postprint คือเวอร์ชันสุดท้ายของบทความหลังจากผ่านการตรวจทานโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) แต่ยังไม่ได้ถูกจัดรูปแบบโดยสำนักพิมพ์ ปัจจุบันสำนักพิมพ์วารสารจำนวนมากอนุญาตให้แบ่งปัน Postprint ได้ โดยมักจะมีระยะเวลาห้ามเผยแพร่ (Embargo) ประมาณ 6-18 เดือน ซึ่งสามารถตรวจสอบนโยบายเหล่านี้ได้จากฐานข้อมูล SHERPA/RoMEO
บทความที่ตีพิมพ์แล้ว (Published Articles)
ลิขสิทธิ์ของเวอร์ชันสุดท้าย (Version of Record) จะขึ้นอยู่กับโมเดลธุรกิจของสำนักพิมพ์:
- โมเดลบอกรับสมาชิก: ลิขสิทธิ์ถูกโอนไปยังสำนักพิมพ์ และมักไม่อนุญาตให้แบ่งปันบทความที่จัดรูปแบบสมบูรณ์แล้วอย่างเสรี
- โมเดล Gold Open Access: ผู้เขียนยังคงถือลิขสิทธิ์ และใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons เพื่อให้สาธารณชนเข้าถึงได้
คำถามที่พบบ่อย
Preprint กับ Postprint ต่างกันอย่างไร?
Preprint คือบทความเวอร์ชันก่อนส่งวารสารและก่อนการตรวจทาน (Peer Review) ส่วน Postprint คือเวอร์ชันที่ผ่านการตรวจทานแล้วแต่ยังไม่ได้ถูกจัดรูปแบบโดยสำนักพิมพ์
Gold OA และ Diamond OA แตกต่างกันอย่างไรในด้านค่าใช้จ่าย?
Gold OA จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการประมวลผลบทความ (APC) จากผู้เขียน ส่วน Diamond OA จะได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรทำให้ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เขียน
ฉันสามารถแบ่งปันบทความที่ตีพิมพ์แล้วในวารสารแบบบอกรับสมาชิกได้หรือไม่?
โดยปกติแล้วจะไม่สามารถแบ่งปันเวอร์ชันสุดท้าย (Version of Record) ได้ เนื่องจากลิขสิทธิ์ถูกโอนให้สำนักพิมพ์ แต่คุณอาจแบ่งปันเวอร์ชัน Postprint ได้หลังจากพ้นระยะเวลา Embargo
