← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ลมชินุก: ปรากฏการณ์ลมร้อนที่เปลี่ยนอุณหภูมิอย่างฉับพลัน

ลมชินุก (Chinook Winds) ลมชินุกเป็นลมประจำถิ่นที่มีลักษณะเป็นลมร้อนและมักพัดมาจากทิศตะวันตกในภูมิภาคอเมริกาเหนือตะวันตก โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ ลมชินุกชายฝั่ง (Coastal Chinooks) และ ลมชินุกภายในทวีป (Inte

สรุปใจความสำคัญ

  • ลมชินุกแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ ลมชินุกชายฝั่ง (เปียกและอบอุ่น) และลมชินุกภายในทวีป (Föhn wind ที่ร้อนและแห้ง)
  • สามารถทำให้อุณหภูมิในฤดูหนาวพุ่งสูงขึ้นจาก -20°C เป็น 10-20°C ได้ในเวลาอันสั้น
  • ชาวแบล็กฟุตเรียกลมชินุกภายในทวีปว่า "ผู้กินหิมะ" (Snow Eater) เนื่องจากความสามารถในการละลายหิมะอย่างรวดเร็ว

ลมชินุกเป็นลมประจำถิ่นที่มีลักษณะเป็นลมร้อนและมักพัดมาจากทิศตะวันตกในภูมิภาคอเมริกาเหนือตะวันตก โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ ลมชินุกชายฝั่ง (Coastal Chinooks) และ ลมชินุกภายในทวีป (Interior Chinooks)

ประเภทของลมชินุก

ลมชินุกชายฝั่ง (Coastal Chinooks)

ลมชินุกชายฝั่งเป็นลมที่พัดมาจากมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีลักษณะเป็นลมที่เปียกชื้นและอบอุ่น ซึ่งนำพาความชื้นมหาศาลมาสู่ชายฝั่งแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ นำไปสู่การเกิดฝนตกหนักและหิมะตกหนักในภูเขาชายฝั่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดป่าฝนเขตอบอุ่น (Temperate Rainforests) ในภูมิภาคนี้

ภาพจำลองปรากฏการณ์ลมชินุก
ปรากฏการณ์ลมชินุกที่ส่งผลต่อสภาพอากาศในอเมริกาเหนือตะวันตก

ลมชินุกภายในทวีป (Interior Chinooks)

ลมชินุกภายในทวีปเป็นลมแบบ Föhn wind ซึ่งพัดลงจากทางด้านตะวันออกของเทือกเขาภายในทวีป มีลักษณะเป็นลมที่ร้อนและแห้ง โดยลมชินุกชายฝั่งที่พัดผ่านภูเขาจะสูญเสียความชื้นไปทางด้านตะวันตกของภูเขา และเมื่อพัดลงสู่ที่ราบทางด้านตะวันออก ลมจะกลายเป็นลมร้อนและแห้ง

ผลกระทบต่อสภาพอากาศ

ลมชินุกภายในทวีปมีพลังในการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยสามารถทำให้หิมะที่หนาถึง 30 เซนติเมตรหายไปได้ภายในวันเดียวผ่านกระบวนการระเหยและการระเหิด (Sublimation) นอกจากนี้ยังสามารถทำให้อุณหภูมิในฤดูหนาวพุ่งสูงขึ้นจากต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส ไปเป็น 10-20 องศาเซลเซียส ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือวัน ก่อนที่อุณหภูมิจะลดต่ำลงสู่ระดับปกติอีกครั้ง

ข้อมูลทางเทคนิคของลมชินุก

คุณลักษณะรายละเอียด
ความเร็วลมโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 16 ถึง 60 กม./ชม. และอาจพัดแรงถึง 100 กม./ชม.
ทิศทางลมโดยทั่วไปพัดมาจากทิศตะวันตกหรือตะวันตกเฉียงใต้
ผลกระทบหลักการเพิ่มอุณหภูมิอย่างฉับพลันและการละลายหิมะอย่างรวดเร็ว

ที่มาของชื่อและคำเรียก

ชาวแบล็กฟุต (Blackfoot people) เรียกลมชนิดนี้ว่า "ผู้กินหิมะ" (Snow Eater) เนื่องจากความสามารถในการละลายหิมะได้อย่างรวดเร็ว ส่วนคำว่า "ชินุก" มีที่มาจากชื่อของชาวชินุก (Chinook people) ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโคลัมเบียตอนล่างใกล้ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

ความแตกต่างในการออกเสียง

ในบริเวณชายฝั่งแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ คำว่า Chinook จะออกเสียงว่า /tʃɪˈnʊk/ (ชิน-อุก) ในขณะที่ในพื้นที่ภายในทวีป เช่น รัฐอัลเบอร์ตา และแคนาดาตอนใน จะออกเสียงว่า /ʃɪˈnʊk/ (ชิน-อุก แบบเสียง Sh) ซึ่งความแตกต่างนี้อาจเกิดจากการที่พนักงานของบริษัท Hudson's Bay Company ที่เป็นชาวเมทิส (Métis) นำชื่อนี้ไปใช้ในพื้นที่ภายในทวีปพร้อมกับการออกเสียงตามสำเนียงฝรั่งเศส

คำถามที่พบบ่อย

ลมชินุกคืออะไร?

ลมชินุกคือลมประจำถิ่นในอเมริกาเหนือตะวันตกที่มีลักษณะเป็นอบอุ่นและมักพัดมาจากทิศตะวันตก โดยแบ่งเป็นลมชายฝั่งที่นำความชื้นมาสู่ชายฝั่ง และลมชินุกภายในทวีปที่เป็นลมร้อนแห้งที่พัดลงจากภูเขา

ทำไมลมชินุกถึงถูกเรียกว่า "ผู้กินหิมะ"?

เพราะลมชินุกภายในทวีปมีความร้อนและแห้ง ซึ่งสามารถทำให้หิมะที่หนาถึง 30 เซนติเมตรละลายหรือระเหิดหายไปได้ภายในวันเดียว

ความแตกต่างระหว่างลมชินุกชายฝั่งและลมชินุกภายในทวีปคืออะไร?

ลมชินุกชายฝั่งเป็นลมที่พัดมาจากมหาสมุทร นำพาฝนและหิมะมาสู่ชายฝั่งแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนลมชินุกภายในทวีปเป็นลมชินุกที่สูญญเสียความชื้นไปทางด้านตะวันตกของภูเขา และพัดลงจากภูเขาทางด้านตะวันออก ทำให้มีลักษณะร้อนและแห้ง