← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การเข้าซื้อกิจการ Time Warner โดย AT&T: มหากาพย์การควบรวมสื่อ

การเข้าซื้อกิจการ Time Warner โดย AT&T: มหากาพย์การควบรวมสื่อและโทรคมนาคม เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2016 AT&T ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนการเข้าซื้อกิจการ Time Warner ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลการควบรวมกิจก

สรุปใจความสำคัญ

  • มูลค่ารวมของการเข้าซื้อกิจการ Time Warner โดย AT&T อยู่ที่ 108.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • คดี United States V. AT&T ถูกเรียกว่าเป็น 'การพิจารณาคดีด้านการป้องกันการผูกขาดแห่งศตวรรษ'
  • Time Warner ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น WarnerMedia หลังจากควบรวมกิจการ และต่อมาได้แยกตัวไปรวมกับ Discovery, Inc. กลายเป็น Warner Bros. Discovery

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2016 AT&T ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนการเข้าซื้อกิจการ Time Warner ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลการควบรวมกิจการที่ถูกจับตามองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจสื่อ โดยมีมูลค่ารวมสูงถึง 108.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวมหนี้สิน)

รายละเอียดของธุรกรรม

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีโครงสร้างเป็น การควบรวมกิจการในแนวตั้ง (Vertical Merger) แบบปลอดภาษี โดยมีรายละเอียดทางการเงินดังนี้:

  • มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity Value): 85.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • หนี้สินที่รับมา: 23.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • มูลค่ารวมของธุรกรรม: 108.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ราคาเสนอซื้อต่อหุ้น: สูงสุด 101.73 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

เพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับดีลนี้ AT&T ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้ระยะสั้น (Bridge Loan) แบบไม่มีหลักประกันมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐกับ Bank of America และ JPMorgan

ภาพประกอบเกี่ยวกับ AT&T และ Time Warner
การควบรวมกิจการระหว่าง AT&T และ Time Warner นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมบันเทิง

การต่อสู้ทางกฎหมายและคดีประวัติศาสตร์

การประกาศควบรวมกิจการครั้งนี้ได้รับกระแสตอบรับในเชิงลบจากกลุ่มผู้สนับสนุน หน่วยงานกำกับดูแล และนักการเมือง เนื่องจากความกังวลเรื่อง การกระจุกตัวของตลาด (Market Concentration) โดยเกรงว่า AT&T อาจขึ้นค่าบริการสมาชิกหรือปิดกั้นเนื้อหาจากคู่แข่ง

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ยื่นฟ้อง AT&T เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2017 ซึ่งกลายเป็นความพยายามครั้งแรกของรัฐบาลกลางในการยับยั้งการควบรวมกิจการในแนวตั้งในรอบเกือบ 40 ปี คดี United States V. AT&T ถูกขนานนามว่าเป็น "การพิจารณาคดีด้านการป้องกันการผูกขาดแห่งศตวรรษ" (Antitrust Trial of the Century)

คำตัดสินและการปิดดีล

หลังจากพิจารณาคดีเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ผู้พิพากษา Richard J. Leon ได้ตัดสินเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2018 ว่ากระทรวงยุติธรรมไม่สามารถแสดงหลักฐานที่เพียงพอว่าการควบรวมกิจการจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้บริโภค ส่งผลให้การควบรวมกิจการเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 14 มิถุนายน 2018 โดย Time Warner ถูกปรับโครงสร้างใหม่เป็น WarnerMedia, LLC ภายใต้การบริหารของ AT&T

บทสรุปและการแยกตัว

อย่างไรก็ตาม การก้าวเข้าสู่โลกบันเทิงของ AT&T ดำเนินไปได้เพียงไม่กี่ปี เนื่องจากบริษัทต้องการลดภาระหนี้สิน ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2021 AT&T ได้บรรลุข้อตกลงกับ Discovery, Inc. เพื่อแยก WarnerMedia ออกมาและควบรวมเข้าด้วยกันเพื่อก่อตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ Warner Bros. Discovery ซึ่งธุรกรรมนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2022

ประวัติโดยย่อของ AT&T

AT&T มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับตั้งแต่ปี 1885 โดยเริ่มต้นจากการสร้างเครือข่ายโทรศัพท์ทางไกลแห่งแรก และเคยเป็นผู้ผูกขาดตลาดโทรคมนาคมจนได้รับฉายาว่า "Ma Bell" ก่อนจะถูกรัฐบาลสั่งแยกบริษัทออกเป็น 7 บริษัทลูก (Baby Bells) ในปี 1984 เพื่อลดการผูกขาด ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้การควบรวมกิจการกับ Time Warner ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดในเวลาต่อมา

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ถึงฟ้องร้องการควบรวมกิจการระหว่าง AT&T และ Time Warner?

เนื่องจากความกังวลเรื่องการผูกขาดตลาด โดยเกรงว่า AT&T จะใช้ความเป็นเจ้าของทั้งโครงข่ายการส่งสัญญาณและเนื้อหาในการขึ้นราคาค่าบริการหรือกีดกันคู่แข่ง

ผลการตัดสินคดี United States V. AT&T เป็นอย่างไร?

ผู้พิพากษา Richard J. Leon ตัดสินให้ AT&T ชนะคดี โดยระบุว่ากระทรวงยุติธรรมไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าการควบรวมกิจการจะส่งผลเสียต่อผู้บริโภค

ปัจจุบัน WarnerMedia อยู่ภายใต้การดูแลของใคร?

WarnerMedia ได้แยกตัวออกจาก AT&T และควบรวมกับ Discovery, Inc. กลายเป็นบริษัทใหม่ที่ชื่อว่า Warner Bros. Discovery เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2022